ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

Blood and Personal Relationships

Author : M.R.Prudhisan Jumbala         H.M. King Bhumibol Adulyadej is a nephew of H.M. King Prajadhipok by his half-brother H.R.H. Prince Mahidol, the Prince of Songkla, with whom the late King had always been close since their younger days in Siam and in Europe where they went for their further education and training. They remained close throughout and when H.R.H Prince Mahidol was terminally ill and passed away in 1929, H.M. King Prajadhipok penned a letter from Java where he was on a state visit to some of his nieces, reminescing of their intimacy and expressing deep sorrow.            His present Majesty's name 'Bhumibol' meaning 'Strength of the Land’ was given to him by H.M. King Prajadhipok soon after his birth in the USA on December 5, 1927. After his father's cremation, the then young prince was granted an audience with H.M. King Prajadhipok who poured lustral water and anointed him ...

ราชินีของชาวสวนเมืองจันท์

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯกับการทำสวนที่เมืองจันทบุรี "ฉันไม่มีความประสงค์ที่จะมีชีวิตเข้าพัวพันกับกิจการบ้านเมืองอีกเลย  แต่ประสงค์ที่จะมีความเป็นอยู่ตามแบบหญิงไทยสามัญธรรมดาด้วยการใช้ชีวิตอย่างเรียบๆ"      สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ รับสั่งเช่นนี้แต่แรกเสด็จฯกลับมายังประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๔๙๒ หลังจากที่พระองค์ประทับ " ลี้ภัยการเมือง" อยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลา ๑๕ ปี      ทรงปฏิบัติตามที่รับสั่งไว้เกือบจะทันทีโดยได้ทรงเสาะแสวงหาสถานี่ในต่างจังหวัดซึ่งมีอากาศดีเพื่อสร้างที่ประทับ  หนึ่งปีถัดมาทรงเลือกที่ดินริมคลองบ้านแก้ว ห่างจากตัวจังหวัดจันทบุรีประมาณ ๕ กิโลเมตร  ซึ่งเป็นดงหญ้าคาเสียเป็นส่วนใหญ่ โปรดเกล้าฯให้ถางหญ้าคา ทำการชลประทานทดน้ำจากไหล่เขาลงมา ปรับเป็นเทือกสวนไร่นา สร้างที่ประทับครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นครึ่งขึ้น ณ ที่ซึ่งพระราชทานนามง่ายๆว่า " สวนบ้านแก้ว " ตามชื่อคลอง      ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์  พระนัดดาเคยเล่าไว้ว่า สมเด็จฯรับสั่งว่าเมืองจันท์นั้นดินดี...

“มนุษยธรรม” ในรพินทรนาถปาฐกถา สยาม พ.ศ.2470

ขอบคุณบทความจาก  ม.ร.ว. พฤทธิสาณ ชุมพล *                 ในจดหมายข่าวสถาบันพระปกเกล้า ตุลาคม พ.ศ. 2553 ผมได้เล่าถึงการที่รพินทรนาถ ฐากูร นักคิดนักประพันธ์ชาวอินเดียเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณคดีประจำค.ศ. 1913 มาเยือนสยามระหว่าง 8-16 ตุลาคม 2470 และได้แสดงปาฐกถาหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและที่อื่นๆ คราวนี้ขอเก็บเล็กประสมน้อยจากการประชุมระหว่างประเทศเพื่อเฉลิมฉลอง 150 ปีวันเกิดของรพินทรนาถ ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอินเดียจัดขึ้นภายใต้แนวเรื่อง “ วิสัยทัศน์ของฐากูรสำหรับเอเชีย : ความเป็นเอกภาพของมนุษย์ที่ก้าวล่วงชาตินิยม ” [1] มาเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติม                 ปาฐกถาที่รพินทรนาถแสดงที่กรุงเทพฯ มี 5 เรื่องด้วยกันคือ 1. India’s Roles   in the World ในงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยชาวอินเดียในสยาม ณ โรงแรมพระราชวังพญาไท 2. Child Education ที่ตึกอักษรศาสตร์ จุฬาฯ 3. Chinese Birth ในงานเ...

พระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ขณะประทับที่ประเทศอังกฤษระหว่าง พ.ศ. 2477-2492

 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ราชนารี 5 แผ่นดิน    หม่อมราชวงศ์ พฤทธิสาณ ชุมพล เรียบเรียง ความนำ           พระราชประวัติส่วนนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวของพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ด้วยเหตุที่ว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงมีพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติจากพระตำหนักโนล (Knowle) หมู่บ้านแครนลี (Cranleigh) ประเทศอังกฤษมายังรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๗ หลังจากนั้น ทั้งสองพระองค์ได้ประทับอยู่ในประเทศอังกฤษสืบไปโดยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอังกฤษ ทรงใช้พระนามและพระราชอิสริยยศเดิมคือ สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา หรือ the Prince of Sukhodaya ครั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ณ ประเทศอังกฤษนั้นเอง สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ได้ประทับอยู่ ณ ประเทศนั้นต่อมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๒ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินอัญเชิญพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปก...

ตายเสียดีกว่าเสียเกียรติศักดิ์ : สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ในเหตุการณ์วิกฤตทางการเมือง

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ     (จากบทนิทรรศการถาวรสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ : พิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 7)           “เช้าวันนั้น รู้เรื่องกันที่สนามกอล์ฟนั่นแหละ... พอเกิดเหตุการณ์แล้ว พระยาอิศราฯเป็นคนไปกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ ก็รับสั่งว่า ไม่เป็นไรหรอก เล่นกันต่อไปเถอะ แต่ฉันกลับก่อน แล้วจึงไม่ทราบเรื่องจนเสด็จกลับมา ก็รับสั่งกับฉันว่า ‘ว่าแล้วไหมล่ะ’ ฉันทูลถามว่า ‘อะไร ใครว่าอะไรที่ไหนกัน’ จึงรับสั่งให้ทราบว่า มีเรื่องยุ่งยากทางกรุงเทพฯ ยึดอำนาจและจับเจ้านายบางพระองค์”           สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไว้ดังนี้ เมื่อพ.ศ. ๒๕๑๕ เกี่ยวกับเหตุการณ์ยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๔๐ปี ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ขณะนั้นล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปประทับแรมอยู่ที่ ‘สวนไกลกังวล’ หัวหิน ภาพฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 7 ทรงถ่ายสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีที่วังไกลกังวล          พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า...

พระราชบันทึกทรงเล่าในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ

 หนังสือพระราชบันทึกทรงเล่า       หนังสือพระราชบันทึกทรงเล่าในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ นั้นเป็นบทความหนึ่งในหนังสือ "เบื้องแรกประชาธิปตัย: บันทึกความทรงจำของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์สมัย พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๕๐๐ " คณะกรรมการสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๖ (สมเด็จฯพระชนม์ ๖๙ พรรษา )เพื่อขอพระราชทานทรงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น  ต่อมา สถาบันพระปกเกล้าได้นำมาจัดพิมพ์ใหม่ เมื่อตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ในอีกแง่มุมหนึ่ง                     "ความจริงเรื่องปฏิวัตินี่นะ ในหลวงท่านทรงเดาไว้นานแล้วว่าจะมีปฏิวัติ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันฉลองพระนคร ในหลวงท่านรับสั่งว่า วันนั้นน่ะไม่มีหรอกเพราะมีคนรู้กันมาก ถ้าจะระวัง ก็ต้องหลังจากวันงานผ่านไป...