ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

พระบรมราโชวาทในรัชกาลที่ 7

        พระบรมราโชวาทซึ่งพระราชทานในวันงานประจำปีของวชิราวุธวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๕ ทรงอธิบาย วิธีการอบรมบ่มนิสัยของโรงเรียนเอกชนชั้นดีของประเทศอังกฤษหรือที่เรียกว่า “ปัปลิกสกูล” (public school) ซึ่งเป็นแม่แบบของวชิราวุธวิทยาลัยนั้นเป็นผลดีแก่การปกครองแบบประชาธิปไตย ดังข้อความในพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า        “...หลักที่สาม ที่ปัปลิกสกูลเขาใช้ก็คือ เขาฝึกให้นักเรียนมีน้ำใจเป็นนักกีฬาแท้คือ ที่เรียกว่าสปอร์ตสแมน การฝึกน้ำใจนั้นเป็นของสำคัญมาก ยิ่งเราจะปกครองแบบเดโมคราซียิ่งสำคัญขึ้นอีก ในที่นี้จะขอหยิบยกหลัก ๒ -๓ อย่างที่ว่าน้ำใจเป็นนักกีฬานั้นคืออะไร ประการที่หนึ่ง นักกีฬาจะเล่นเกมอะไรก็ตามต้องเล่นให้ถูกต้องตามกฎข้อบังคับของเกมนั้น ไม่ใช้วิธีโกงเล็กโกงน้อยอย่างใดเลย จึงจะสนุกจึงจะเป็นประโยชน์ ประการที่สอง ถ้าเกมที่เล่นนั้นเล่นหลายคนต้องเล่นเพื่อความชะนะของฝ่ายตน ไม่ใช่เล่นเพื่อตัวคนเดียว ไม่ใช่เพื่อแสดงความเก่งของตัวคนเดียว ประการที่สาม นักกีฬาแท้นั้นต้องรู้จักชะนะและรู้จักแพ้ ถ้าชะนะก็ต้องไม่อวดท...

แหวนวิเศษ : ภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 7 กับการสร้างสำนึกเยาวชนพลเมือง

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เป็นนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น ทรงสนพระทัยการถ่ายภาพและภาพยนตร์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ.2468 ยังทรงฝึกฝนการถ่ายภาพและภาพยนตร์อย่างสม่ำเสมอ ทรงสนับสนุนกิจการภาพยนตร์ไทยและสนพระราชหฤทัยทอดพระเนตรภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศเมื่อทรงว่างจากพระราชกิจทรงนำภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ออกฉายให้พระประยูรญาติ และข้าราชบริพารชมในโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ด้านข่าวสารการเมือง หรืองานสารคดี หลายชิ้นถือเป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าในสังคมไทยยุคต่อๆ มา เช่น งานพิธีเปิดสะพานพุทธยอดฟ้า พระราชพิธีโสกันต์เจ้านายเป็นต้น รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดในการถ่ายภาพนิ่งและถ่ายภาพยนตร์ ทรงทดลองใช้เอง กล้องถ่ายภาพและภาพยนตร์จำนวนมากที่ทรงสะสมไว้ สะท้อนให้เห็นพระอุปนิสัย โปรดการถ่ายภาพและภาพยนตร์ ภาพยนตร์ทรงถ่ายมีเนื้อหาทั้งที่เป็นสารคดีและที่ให้ความบันเทิง           ในจำนวนภาพยนตร์เหล่านี้ เรื่องที่เป็นเกียรติประวัติของวงการภาพยนตร์ไทยและแสดงพระราช-อัจฉริยภาพดีเยี่ยมใ...

นสพ.เก่าเล่าเรื่องการเมืองไทย

           หนังสือพิมพ์  นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะสื่อมวลชนประเภทหนึ่ง  การจัดทำหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงต้นรัชกาลที่ 6 จัดหน้าแรกของหนังสือพิมพ์เป็นเรื่องของการโฆษณาสินค้าทั้งหมด  หน้าต่อไปจึงเป็นข่าวที่มีปะปนไปกับการโฆษณาแจ้งความต่างๆ  ซึ่งในสมัยนั้นข่าวยังไม่ได้แยกแบ่งเป็นหมวดหมู่  มีทั้งข่าวภายในประเทศ  ข่าวต่างประเทศ ข่าวต่างจังหวัด และบทความยังลงปะปนกัน  ไม่ได้แบ่งหน้าเป็นสัดส่วนเฉพาะ  ต่อมาจึงมีความเปลี่ยนแปลง เช่นมีการพาดหัวข่าว  เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในข่าว เช่น  การใช้ภาษาที่ตื่นเต้นชวนให้อ่านข่าว  ต่อมาเมื่อกิจการการพิมพ์เจริญขึ้น มีโรงพิมพ์เพิ่มหลายแห่งขึ้น และประชาชนสนใจข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น จึงมีหนังสือพิมพ์ออกกันอย่างแพร่หลาย ทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ดังรายชื่อหนังสือพิมพ์รายวันในสมัยรัชกาลที่ 6 ดังนี้ 1. สามสมัย เจ้าของ คือ นายเพ็ง พ.ศ. 2453 2.สยามราษฎร์ เจ้าของ คือ นายสุกรี วสุวัต พ.ศ. 2463-2468 3. ประชาโภคา เจ้าของคือ...

Blood and Personal Relationships

Author : M.R.Prudhisan Jumbala         H.M. King Bhumibol Adulyadej is a nephew of H.M. King Prajadhipok by his half-brother H.R.H. Prince Mahidol, the Prince of Songkla, with whom the late King had always been close since their younger days in Siam and in Europe where they went for their further education and training. They remained close throughout and when H.R.H Prince Mahidol was terminally ill and passed away in 1929, H.M. King Prajadhipok penned a letter from Java where he was on a state visit to some of his nieces, reminescing of their intimacy and expressing deep sorrow.            His present Majesty's name 'Bhumibol' meaning 'Strength of the Land’ was given to him by H.M. King Prajadhipok soon after his birth in the USA on December 5, 1927. After his father's cremation, the then young prince was granted an audience with H.M. King Prajadhipok who poured lustral water and anointed him ...

ราชินีของชาวสวนเมืองจันท์

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯกับการทำสวนที่เมืองจันทบุรี "ฉันไม่มีความประสงค์ที่จะมีชีวิตเข้าพัวพันกับกิจการบ้านเมืองอีกเลย  แต่ประสงค์ที่จะมีความเป็นอยู่ตามแบบหญิงไทยสามัญธรรมดาด้วยการใช้ชีวิตอย่างเรียบๆ"      สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ รับสั่งเช่นนี้แต่แรกเสด็จฯกลับมายังประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๔๙๒ หลังจากที่พระองค์ประทับ " ลี้ภัยการเมือง" อยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลา ๑๕ ปี      ทรงปฏิบัติตามที่รับสั่งไว้เกือบจะทันทีโดยได้ทรงเสาะแสวงหาสถานี่ในต่างจังหวัดซึ่งมีอากาศดีเพื่อสร้างที่ประทับ  หนึ่งปีถัดมาทรงเลือกที่ดินริมคลองบ้านแก้ว ห่างจากตัวจังหวัดจันทบุรีประมาณ ๕ กิโลเมตร  ซึ่งเป็นดงหญ้าคาเสียเป็นส่วนใหญ่ โปรดเกล้าฯให้ถางหญ้าคา ทำการชลประทานทดน้ำจากไหล่เขาลงมา ปรับเป็นเทือกสวนไร่นา สร้างที่ประทับครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นครึ่งขึ้น ณ ที่ซึ่งพระราชทานนามง่ายๆว่า " สวนบ้านแก้ว " ตามชื่อคลอง      ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์  พระนัดดาเคยเล่าไว้ว่า สมเด็จฯรับสั่งว่าเมืองจันท์นั้นดินดี...

“มนุษยธรรม” ในรพินทรนาถปาฐกถา สยาม พ.ศ.2470

ขอบคุณบทความจาก  ม.ร.ว. พฤทธิสาณ ชุมพล *                 ในจดหมายข่าวสถาบันพระปกเกล้า ตุลาคม พ.ศ. 2553 ผมได้เล่าถึงการที่รพินทรนาถ ฐากูร นักคิดนักประพันธ์ชาวอินเดียเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณคดีประจำค.ศ. 1913 มาเยือนสยามระหว่าง 8-16 ตุลาคม 2470 และได้แสดงปาฐกถาหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและที่อื่นๆ คราวนี้ขอเก็บเล็กประสมน้อยจากการประชุมระหว่างประเทศเพื่อเฉลิมฉลอง 150 ปีวันเกิดของรพินทรนาถ ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอินเดียจัดขึ้นภายใต้แนวเรื่อง “ วิสัยทัศน์ของฐากูรสำหรับเอเชีย : ความเป็นเอกภาพของมนุษย์ที่ก้าวล่วงชาตินิยม ” [1] มาเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติม                 ปาฐกถาที่รพินทรนาถแสดงที่กรุงเทพฯ มี 5 เรื่องด้วยกันคือ 1. India’s Roles   in the World ในงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยชาวอินเดียในสยาม ณ โรงแรมพระราชวังพญาไท 2. Child Education ที่ตึกอักษรศาสตร์ จุฬาฯ 3. Chinese Birth ในงานเ...

พระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ขณะประทับที่ประเทศอังกฤษระหว่าง พ.ศ. 2477-2492

 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ราชนารี 5 แผ่นดิน    หม่อมราชวงศ์ พฤทธิสาณ ชุมพล เรียบเรียง ความนำ           พระราชประวัติส่วนนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวของพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ด้วยเหตุที่ว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงมีพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติจากพระตำหนักโนล (Knowle) หมู่บ้านแครนลี (Cranleigh) ประเทศอังกฤษมายังรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๗ หลังจากนั้น ทั้งสองพระองค์ได้ประทับอยู่ในประเทศอังกฤษสืบไปโดยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอังกฤษ ทรงใช้พระนามและพระราชอิสริยยศเดิมคือ สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา หรือ the Prince of Sukhodaya ครั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ณ ประเทศอังกฤษนั้นเอง สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ได้ประทับอยู่ ณ ประเทศนั้นต่อมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๒ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินอัญเชิญพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปก...