ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"ศาสนาคือยาสมานใจ"ในหนังสือสอนศาสนา เรื่อง ทิศ 6



                                 โดย ฉัตรบงกช  ศรีวัฒนสาร


      หนังสือสอนศาสนาสำหรับเด็ก เรื่องทิศ 6 (พ.ศ. 2476) ของพระครูวิจิตรธรรมคุณ (วาศน์  นิลประภา)  เนื้อหาแบ่งออกเป็น 6 ทิศ ได้แก่ ปุรัตถิมะทิศ คือ ทิศเบื้องหน้าหรือทิศตะวันออก  หมายถึง บิดามารดา  ทักษิณะทิศเบื้องขวาคือ ทิศใต้ หมายถึง ครูอาจารย์  ปัจฉิมะทิศแปลว่าทิศเบื้องหลังหรือทิศตะวันตก คือสามีภรรยา  อุตะระทิศแปลว่า ทิศเหนือ คือเพื่อน และอุปริมะทิศแปลว่า ทิศเบื้องบน คือภิกษุสามเณร ส่วนเหฏฐิมะทิศ หมายถึงทิศเบื้องล่างคือบ่าวไพร่
     หนังสือเรื่องทิศ 6 นี้นอกจากจะสอนเรื่องหน้าที่ การรู้จักตนเองและผุ้อื่นอย่างถูกกาละเทศะ  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยุ่หัวโปรดเกล้าฯให้พิมพ์พระราชทานในวันวิสาขบูชา  เมื่อพ.ศ. 2474 ได้มีการตีพิมพ์พระราชนิพนธ์คำนำ ซึ่งน่าสนใจมากดังนี้
   "อยากจะขอวิงวอนอาราธนาพระภิกษุสงฆ์ให้เอาธุระในการที่จะแนะนำสั่งสอนเด็กๆให้มาก  เพราะการภายหน้าของประเทศย่อมอยู่ในมือของเด็กที่เรากำลังอบรมอยู่ในเวลานี้  ถ้าเราอบรมดีให้อยู่ในศีลธรรมอันดีเราก็อาจมั่นใจในความเจริญและความมั่นคงของประเทศในภายหน้า"
    พระคติของพระองค์เกี่ยวกับความสำคัญต่อประเทศชาติของการอบรมเด็กให้อยู่ในศีลธรรมยังทรงความหมายลึกซึ้งอยู่ในปัจจุบัน
    นอกจากนี้ในพระราชนิพนธ์คำนำเรื่อง ทิศ 6 ยังปรากฏข้อความแนวคิดของคาร์ล มาร์ซ เกี่ยวกับหน้าที่หรือบทบาทของศาสนาพร้อมทั้งข้อพินิจพิจารณาที่แตกต่างของพระองค์ประกอบไว้ดังนี้
   "มีบุคคลบางจำพวกเช่น บอลเชวิกกล่าวว่า ศาสนานั้น คือฝิ่นสำหรับประชาชน"  คือหาว่าทำให้โง่มึนและงมงายต่างๆ  การสอนศาสนาในทางที่ผิด  บางทีจะมีผลเช่นนั้นได้จริง  แต่ถ้าสอนให้ถูกทางศาสนาจะเป็นยาบำรุงกำลังบำรุงน้ำใจให้ทนความลำบากได้ให้มีแรงที่จะทำการงานของตนเป็นผลสำเร็จได้  และยังเป็นยาบำรุงนำใจให้ทนความลำบากได้ให้มีแรงที่จะทำการงานของตนเป็นผลสำเร็จได้  และยังเป็นยาที่จะสมานหัวใจให้หายเจ็บปวดในยามทุกข์ได้ด้วย  อันที่จริงฝิ่นนั้นเมื่อใช้ถูกทางก็เป็นยาที่สำคัญเหมือนกัน  อาจระงับทุกขเวทนาได้มากพวกเราทุกๆคนควรพยายามให้เด็กๆ  ลูกหลานของเรามี "ยา" สำคัญคือ คำสั่งสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าติดตัวไว้เป็นกำลังเพราะ "ยา" อย่างนี้เป็นทั้ง "ยาบำรุงกำลัง" และ"ยาสมานหรือระงับความเจ็บปวด"

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในรัชสมัย : พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว - 26 พฤศจิกายน 2468   : สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมขุนศุโขทัยธรรมราชาเสด็จขึ้นครองราชย์ - 25 กุมภาพันธ์ 2468 :  พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงสถาปนาพระวรชายาเป็นสมเด็จพระบรมราชินี และเสด็จไปประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถาน (ร.7 พระชนม์ 32 พรรษา,สมเด็จฯ 21 พรรษา) -6 มกราคม -5 กุมภาพันธ์ 2469 : พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า รำไพ พรรณีฯ เสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลพายัพเพื่อเยี่ยมราษฎร -16 เมษายน - 6 พฤษภาคม 2470 : เสด็จพระราชดำเนินเยือนหัวเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออก -24 มกราคม - 11 กุมภาพันธ์ 2471: เสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลภูเก็ต -10 เมษายน-12 เมษายน 2472 : พระราชพิธีราชคฤหมงคลขึ้นพระตำหนักเปี่ยมสุข สวนไกลกังวล -พฤษภาคม 2472  : เสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลปัตตานี (ทอดพระเนตรสุริยุปราคา) -31 กรกฎาคม -11 ตุลาคม 2472 : เสด็จพระราชดำเนินเยือน สิงคโปร์ ชวา บาหลี -6 เมษายน - 8 พฤษภาคม 2473 : เสด็จพระราชดำเนินเยือนอินโดจีน -6 เมษายน - 9 เมษายน 24...

การทรงสืบราชสมบัติและพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

                                                                                                                                                                                                                                                                          ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร เรียบเรียง ความหมาย การพระราชพิธีบรมราชาภิ...

สืบเนื่องจากรพินทรนาถ ฐากูร เฝ้าฯพระปกเกล้าฯ

                                                                              รศ.ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล เมื่อหลายปีมาแล้วผมเจอบัตรใบที่ท่านเห็นอยู่นี้ในสมบัติเก่าๆที่บ้าน อ่านดูและสังเกตวันเดือนปีทราบทันทีว่า รพินทรนาถ ฐากูร ปราชญ์นักประพันธ์ชาวอินเดียผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมประจำปี ค.ศ. 1931(พ.ศ. 2456) ส่งมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีเมื่อค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) ผมจึงเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ทรงรู้จักกับเขาหรืออย่างไร สำหรับตัวบัตรนั้นผมได้มอบให้พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติสืบไปตั้งแต่นั้นมา มาเมื่อเร็ว...