ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

เสรีภาพของนักหนังสือพิมพ์ไทยในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นในองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระเมตตาต่ออาณาประชาราษฎร์แห่งแผ่นดินของพระองค์จนสามารถฟันฝ่าและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขไมตรีสืบต่อมา ทั้งๆ ที่เกิดความขัดแย้งทางความคิดระบอบการปกครอง ดังสะท้อนได้จากข้อค้นพบในอีกมิติหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระคุณแห่งธรรมราชา “พ่อคุ้มครองลูก” เพื่อเปิดโอกาสเสรีภาพให้ประชาชนได้ปกครองตนเอง โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ได้เป็นตัวแทนแห่งพลังขับเคลื่อนความคิดเห็นของสามัญชนเกี่ยวกับการวิจัยเรื่อง “แนวความคิดและวิธีการสื่อสารการเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่าง พ.ศ. 2468 ถึง พ.ศ. 2477” (พรทิพย์ ดีสมโชค, 2553) ได้อรรถาธิบายดังต่อไปนี้ “ธรรมราชา” ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกับ “เสรีภาพของประชาชนฐานรากขอ...

สถานภาพสตรีไทยในวรรณกรรมสมัยรัชกาลที่ 7

ที่มาและความสำคัญของกรอบแนวคิดในการวิจัย สายธารแห่งวรรณกรรมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสะท้อนถึงสถานภาพสตรีไทยอย่างไรบ้าง เป็นคำถามที่น่าศึกษาค้นคว้า ผู้หญิงไทยยุคเก่านั้น มีสถานะเปรียบเหมือนช้างเท้าหลัง เป็นหลังบ้านของบุรุษหรือเป็นแม่ศรีเรือน มีหน้าที่หลักในการปรนนิบัติสามีและดูแลความเรียบร้อยของบ้านมากกว่าจะมีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนอกบ้าน บทความเรื่องนี้จึงพยายามศึกษาและวิพากษ์ความคิดเห็นของบุรุษที่มีต่อสตรีและความคิดของสตรีเองผ่านงานวรรณกรรมในช่วงรัชกาลที่ 7 โดยศึกษาเอกสารชั้นต้น ประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ร่วมรัชสมัย กฎหมายลักษณะผัวเมีย เรื่องสั้น และนวนิยายที่สะท้อนถึงสถานภาพผู้หญิงจากยุคเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคที่ผู้หญิงสามารถมีบทบาทระดับแนวหน้าอย่างหลากหลายในสังคมไทยปัจจุบัน ความหมายทั่วไปของคำว่า “สถานภาพ” ในด้านสังคมวิทยา สถานภาพ คือ ฐานะของบุคคลที่ได้รับการยอมรับความนับถือจากสาธารณชน เป็นสิ่งที่สังคมกำหนดขึ้นทำให้บุคคลมีความแตกต่างกัน สถานภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. สถานภาพที่ได้มาโดยกำเนิด (Ascribed status) คือ สถานภาพที่ได้มาโดยสังคมเป็นผู้กำหนด หรื...

เล่าเรื่องเมื่อแรกรับสิริราชสมบัติ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระปรีชาสามารถในวิชาความรู้หลายแขนง และทรงชำนาญการใช้ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ภาษาไทยเป็นอย่างดี ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี โปรดทั้งดนตรีสากลและดนตรีไทย ได้พระราชนิพนธ์เพลงไทยไว้เป็นมรดกของชาติ 3 เพลง คือ เพลงราตรีประดับดาวเถา เขมรละออองค์เถาและโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง รัชกาลที่ 7 ทรงมีความสามารถพิเศษในการถ่ายภาพยนตร์ ในวังศุโขทัย มีห้องล้างฟิล์ม อัดขยายและเก็บฟิล์มเวลาเสด็จประพาสในประเทศหรือต่างประเทศด้วยพระองค์เอง แม้ว่าพระองค์จะทรงเป็นพระราชโอรสองค์สุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ต่อมาปรากฏว่าสมเด็จพระเชษฐาร่วมพระมารดาเดียวกันได้เสด็จทิวงคตตามๆกันไปจนหมดภายในช่วงระยะเวลา 6 ปี จึงทำให้ตำแหน่งองค์รัชทายาทต้องตกมาถึงพระองค์โดยมิได้ทรงคาดหมาย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาให้ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิ...

พัฒนาการเศรษฐกิจไทยสมัยรัชกาลที่ 7

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2468-2477) เป็นระยะเวลาแห่งความยุ่งยากทางเศรษฐกิจและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เกิดปัญหาเสถียรภาพของการเงินระหว่างประเทศ การเพิ่มขึ้นของการกีดกันทางการค้า อันนำมาสู่ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในทศวรรษ 2470 ซึ่งมีผลกระทบต่อไทยด้วย ภายใต้การดำเนินนโยบายตาม “แนวอนุรักษ์นิยม” ที่เน้นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 7 นับเป็นความพยายามจะบรรลุถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง เศรษฐกิจไทย (ยกเว้นช่วงปี 2474-2475) กลับมาอยู่ในช่วงที่มีเสถียรภาพทั้งภายในและภายนอกประเทศ กล่าวคือ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในฐานะมั่นคง ดุลบัญชีเดินสะพัดและฐานะทางการคลังทั้งงบประมาณของประเทศก็สามารภอยู่ในฐานะเกินดุล เงินคงคลังและทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น หนี้สินต่างประเทศต่อ GDP อยู่ในระดับต่ำ ศ. ดร.พอพันธ์ อุยยานนท์ สาขาวิชา เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ระบบเศรษฐกิจระหว่างชาติในช่วงรัชกาลที่ 7 ก้าวพ้นปัญหาความยุ่งยากทางเศรษฐกิจ 3 ประการ คือ...

พระราชดำริด้านประชาธิปไตยในรัชกาลที่ ๗

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์พระองค์สุดท้ายซึ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยฝักใฝ่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีหลักฐานเกี่ยวกับพระราชดำริดังกล่าวคือ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับปรุงการปกครองให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในสมัยนั้น ดังข้อความที่กล่าวว่า. “กระแสความเห็นในประเทศนี้ส่งสัญญาณชัดแจ้งว่า กาลเวลาของระบอบอัตตาธิปไตยใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว หากจะให้พระราชวงศ์นี้สถิตอยู่ต่อไป จะต้องปรับให้สถานะของพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงขึ้น จะต้องหาหลักประกันอย่าให้มีพระมหากษัตริย์พร่องในความสุขุมรอบคอบ ในการทรงใช้พระวิจารณญาณ” พระราชบันทึกเรื่องการปกครอง Problems of Siam เอกสารพระราชบันทึกเรื่องการปกครองนี้เป็นเอกสารส่วนพระองค์ที่พระราชทานมายังพระยากัลยาณไมตรี (Dr. Francis B. Sayre) หลังจากการขึ้นครองราชย์เพียง ๘ เดือนเท่านั้น เป็นช่วงที่พระยากัลยาณไมตรีกราบบังคมลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศแล้ว แต่ได้เดินทางมาเยี่ยมเมืองไทย รัชกาลที่ ๗ ทรงมีพระราชปุจฉาถาม เกี่ยวกับปัญหาขอ...